H.'s profileConnecting people to PEA...PhotosBlogListsMore Tools Help

H. Atcharakham

Occupation
Location
Interests
There are no photo albums.

Connecting people to PEACE through SERVICE.

<Become a Peacemaker>
Thanks for visiting!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
Start the change, become a Peacemaker.
5 Oct.
09 October

อ่อนแอแบบพอดี

การที่คนหนึ่งคนเป็นคนเลว เพียงเพราะคนนั้นดำรงตนอยู่ด้วยความอ่อนแอที่มีมากมาย มากเกินไปจนน่าเศร้า
คนเลว อ่อนแอต่อทุกสิ่ง อารมณ์เปราะบาง แตกหักได้ง่าย
คนเลว ทำได้ทุกสิ่ง ตามแต่ใจต้องการ แม้จะสำนึกว่าสิ่งนั้นผิด ก็ยังปล่อยให้จิตใจที่อ่อนแอบงการให้กระทำต่อไป
 
และคนดีก็เช่นกัน  ความอ่อนแอจำนวนมหาศาลก็เกาะกุมจิตใจพวกเขา
คนดี มักจะปล่อยให้ความอ่อนแอบงการการกระทำ จนบางครั้งคนดีกลายเป็นคนโง่
 
เมื่อความอ่อนแอ เป็นต้นเหตุให้คน ดี หรือ เลว
การรู้จัก รู้เท่าทัน และควบคุม ความอ่อนแอที่ฝังอยู่ในตัวเรา ให้มีปริมาณที่เหมาะสม พอดี
จะทำให้เราสามารถมีชีวิตอยู่ได้เฉกเช่น คนธรรมดาที่ดีและไม่โง่
 
ขอจงใช้ความอ่อนแอแต่พอดี
07 August

Long time to see.

Hello,
 
It's me. That's long time to see my space. I've change many thing in my life.
Now, I  focus on PEACE and I work for it. I love to make everything for peace.
 
Change your thoughts, you can change the world.
 
May the true love be with everyone.
 
23 June

ความจำสั้น

อาจนึกไม่ออกสักเท่าไร
แค่พอจำได้ ก็แค่นั้น
จำได้แค่เพียงใครหนึ่งคน
เข้ามาวกวนในใจฉัน
ไม่นานแค่เพียงไม่นานก็ผ่านไป

อาจเป็นความทรงจำที่บอบบาง
จำได้เพียงเลือนลางกับเส้นทางที่ชั่วคราว
อาจเป็นความทรงจำที่สั้นเหลือเกินไม่ยืดยาว
แต่มีใครรู้ว่าฉันเศร้า
เกือบทุกคราวที่นึกมันขึ้นมา

ไม่อาจใช้คำว่าผูกพัน
ไม่มีวันนั้นที่ลึกซึ้ง
เป็นเพียงแค่คนที่ถูกใจ
คำว่ารักยังไปไม่ถึง
ครึ่งนึงแค่เพียงครึ่งนึงของจิตใจ

09 August

ขอให้รักบังเกิด

ไม่ได้อัพบล็อกมาเป็นเวาลาพอสมควร เหมือนกับที่นานๆ จะได้ฟังเพลงใหม่ที่เพราะๆ ความหมายดีแบบนี้สักหน
จริงๆ แล้วเพลงมันก็ออกมานานแล้วล่ะแต่เพิ่งได้ฟัง 555 (เชยจังเรา)
ช่วงนี้เหนื่อยจัง งานเยอะทุกวันเลย เง้อ....แต่ทำไงได้เพื่อปากท้อง(ของเรา) และอนาคต ก็ต้องดิ้นกันต่อไป
เอาล่ะสู้ๆ สู้ตายจ้า
 
"ขอให้ในทุกหัวใจ ... ให้รักมาบังเกิด"
 
 
27 June

แค่คิดก็ดีแล้ว

บางทีสมองของคนเราก็คิดอะไรไปได้เรื่อยเปื่อยตลอดเวลา
กระทั่งเวลานั่ง นอน ลุก เดิน วิ่ง กินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง .... ก็ยังจะคิดได้อีก
ขนาดที่พูดๆ กันว่า "พักสมอง" จริงๆแล้วก็คือ การเอาสมองไปคิดเรื่องอื่นๆ อีกแบบหนึ่ง
ความคิด ทำงานไม่เว้นวันหยุดราชการ
..............ไม่เคยได้รับเงินเดือน ไม่มีโอที
..............ไม่เคยลาป่วย ลากิจ ลาคลอด
แต่ความคิดก็อาจลาตายได้ เมื่อเจ้าของมันตายซะ
 
ชีวิตเราจะมีความสุขหรือไม่ มันก็ขึ้นอยู่กับการคิด
เคยใช้กันบ้างมั้ย ไอ้ที่เค้าเรียกว่า Positive Thinking
คนเราก็แปลกเนอะ ทั้งๆที่สามารถจัดการความคิดเองได้ มีอิสระที่จะคิด
แต่ก็ไม่วายที่จะคิดแบบ Negative Thinking
                              .
                              .
                              .
บางคน...ให้เงินขอทาน แต่ในใจกลับคิดว่ากำลังถูกหลอก (แล้วจะให้ทำไมวะ)
บางคน...ทำอะไรผิดพลาด ก็โทษฟ้าดินไว้ก่อนเลย (คิดได้ไงเนี่ย)
บางคน...ตังค์ไม่มีจะกินข้าว แต่ก็หน้าด้านยืมตังค์เพื่อนกินเหล้า (เฮ่อ..ทำไปได้)
                            ฯลฯ
เอาเป็นว่า เราจะคิดอะไรก็ได้ แค่คิดในเรื่องที่ดีๆ คิดถึงแต่สิ่งดีงาม(ไม่ใช่เพ้อฝันล่ะ) เดี๋ยวอะไรๆ มันก็จะดีเอง
และถึงแม้ว่าความคิดมันจะช่วยอะไรไม่ได้มากก็ตาม
แต่แค่เราได้คิด ใช้สมองให้คุ้มค่า มันก็ดีแล้วล่ะ
นานาจิตตังค่ะ
 
 
 
 
31 May

ฤาว่าประชาธิปไตยกำลังจะกลับมา

              วันที่ 30 พฤษภาคม 2550 ถือว่าเป็นวันที่สิ้นสุดการรอคอยของทุกไทยคน กับวินาทีที่ตุลาการรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยตัดสินคดีประวัติศาสตร์ยุบพรรคการเมืองหลักของไทย คือ พรรคประชาธิปัตย์และพรรคไทยรักไทย ซึ่งผลแห่งคดีก็คงเป็นที่พอใจและไม่พอใจของใครหลายคนโดยเฉพาะผู้ที่นิยมชมชอบพรรคการเมืองทั้งสองพรรคดังกล่าว

                ตุลาการรัฐธรรมนูญ ได้ทำหน้าที่ครั้งนี้ได้อย่างดีเยี่ยมเกินความคาดหมายของใครหลายคน การอ่านคำวินิจฉัยที่กินเวลายาวนาน แต่แฝงไปด้วยข้อเท็จจริงที่สังคมต้องการที่จะรับรู้มาเป็นเวลานาน ซึ่งบัดนี้ ก็เป็นที่เห็นกระจ่างแล้วว่า ใครถูก ใครผิด

                ที่สำคัญ คำว่า ระบอบทักษิณ ที่หายไปจากสังคมมาเป็นเวลาพอสมควร ได้กลับมาอีกครั้งในประเด็นวินิจฉัย พร้อมกับได้รับคำตัดสินว่าเป็นสิ่งที่ก่อหายนะให้กับสังคมการเมืองไทย ทำให้คนไทยทั้งประเทศ รวมทั้งสื่อต่างประเทศได้หูตาสว่างกันเสียที

                สรุปง่ายๆ ว่า ไทยรักไทยถูกยุบ ส่วนประชาธิปัตย์เป็นผู้พ้นมลทิน

                ทีนี้สิ่งที่สังคมกำลังจับตามองดูอยู่มากที่สุดคือ การกระทำของ คมช. เพราะถึงเวลาแล้วที่ คมช. ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกประกาศคณะปฏิรูปฯ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางการเมือง เพื่อเปิดช่องให้ประชาธิปไตยได้หายใจบ้าง รวมถึงการผลักดันการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้การเลือกตั้งได้เกิดขึ้นมาตามครรลองประชาธิปไตยที่สังคมกำลังรอคอย

                ส่วนภาคประชาชน ก็ต้องเตรียมพร้อมรับการแข่งขันทางการเมืองที่มีแนวโน้มจะทวีความร้อนแรงขึ้นในอนาคตนี้ เตรียมตัวเผชิญกับกลุ่มนายทุนทั้งเก่าและใหม่ อำนาจทหาร และกระแสการเลือกตั้งที่บรรจุการซื้อสิทธิ์ขายเสียงไว้ด้วย

                พูดกันง่ายๆ คือ ทุกฝ่ายต้องยอมรับความจริง น้อมรับคำตัดสิน และเตรียมตัวก้าวสู่อนาคตทางการเมืองไทยก้าวใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

                ทำใจให้ดีๆ มีสติ สัมปชัญญะ แล้วร่วมมือกันจัดการสังคมไทยให้เดินไปสู่สิ่งที่ดีกว่าด้วยกัน!!

03 April

บางหน้าหนังสือที่ยังไม่ได้อ่าน

เรามีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ชื่อว่า ชีวิต
คนแต่งหนังสือเล่มนี้ก็คือเราเอง
หนังสือเล่มนี้ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และก็คงอีกนานกว่าที่เราจะเขียนเสร็จ
แต่ที่เราสังเกตเห็นก็คือ ความหนาของหนังสือที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
บางครั้งมันก็เพิ่มจำนวนหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว
บางคราวจำนวนหน้ากลับไม่ได้ลดลง แต่มันกลับสงบนิ่งอยู่ในจำนวนเท่าเดิม..เฉกเช่น ณ ห้วงเวลานี้
ไม่มีเรื่องราวใดๆที่เราอยากจะเขียนเพิ่มลงไปในหนังสือเล่มนี้
แต่ในทางกลับกัน..การที่เราได้หยุดอยู่กับที่บ้าง ได้หยุดการเดินทางของชีวิตบ้าง มันก็ทำให้เราได้กลับไปเปิดหนังสือเล่มนี้ดูซ้ำๆ
มันทำให้เราพบว่า มีบางหน้าที่ขาดหายไป
มีบางหน้าที่เราไม่เคยอ่าน
มีบางเรื่องราวที่เก็บไว้ในพื้นที่ที่เล็กที่สุดของหนังสือ เฉกเช่นเชิงอรรถ - ส่วนที่เราไม่เคยได้สนใจ
และที่น่าแปลกใจที่สุด คือ
มีบางหน้าหนังสือที่เรายังไม่เคยได้อ่าน และเราก็นึกไม่ออกเสียด้วยว่าทำไมเราถึงพลาดการอ่านหน้าหนังสือเหล่านั้น
เราไม่ได้พลาดที่จะบันทึกเรื่องราวของชีวิต
แต่เราพลาดที่จะจดจำเรื่องเหล่านั้นไว้ เพราะอะไรกัน?
สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดตอนนี้ มันก็น่าจะเป็น การอยู่นิ่งๆ ให้นิ่งที่สุด แล้วตั้งใจอ่านหนังสือหน้าที่เราเคยข้ามผ่านมันไป
เผื่อบางที เราอาจจะพบเจอสิ่งดีๆ ที่อยู่ในส่วนที่เคยมองข้ามไปก็ได้ ใครจะรู้?